Logo alt

อิตาลีสิ้นลายแชมป์โลก 4 สมัยเล่นในบ้านโหมบุกตั้งแต่ต้นจนจบทำอะไรสวีเดนไม่ได้เสมอกันไป 0-0 ทำให้ขุนพลจากแดนไวกิ้งพลิกล็อกได้ไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 กลางปีหน้าด้วยสกอร์รวม 1-0 ส่วนอัซซูร์รี่อดเข้ารอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1958 ฟุตบอลโลก 2018 รอบเพลย์ออฟ โซนยุโรป นัดสอง สนาม ซาน ซิโร่ จันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2560 กรรมการ อันโตนิโอ มาเตอู ลาออซ อิตาลี 0 0 สวีเดน รวมผลสองนัด สวีเดน ชนะ 1-0 ไฮไลท์ อิตาลี 0-0 สวีเดน เลี่ยนเดิมพันจินโญ่-แบ็คสวีเดนของขึ้นเพลงชาติโดนโห่ อิตาลีนัดแรกบุกพ่ายมา 0-1 วันนี้เปลี่ยนทีม 3 ตำแหน่งคือแผงกลางไม่มีมาร์โก แวร์รัตติติดโทษแบนและดร็อปดานิเอเล่ เด รอสซี่เป็นสำรองแล้วใช้อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่กับจอร์จินโญ่แทน แดนหน้ามาโนโล่ กับเบียดินี่เบียดอันเดรีย เบล็อตติเป็นสำรอง สวีเดนกุมความได้เปรียบเล็กน้อยแมตช์นี้เปลี่ยน 2 ตำแหน่งคือแบ็คขวามิคาเอล ลุสติกทวงตัวจริงจากเอมิล คราฟธ์และตรงกลางส่งยาค็อบ โยฮันส์สันฮีโร่จากนัดแรกลงแทนอัลบิน เอ็คดาลที่สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ และไฮไลท์ก่อนเขี่ยลูกคือเพลงชาติของพวกเขาถูกแฟนบอลเจ้าถิ่นโห่เล่นเอาลุสติกโวยวายถึงกองเชียร์ฝ่ายตรงข้ามกับเพื่อนๆด้วยถอยคำหยาบคาย(They are f*cking c*nts) 9' ปาโรโล่โดนเกี่ยวชวดโทษ!คิเอลตัดเกมเหลืองแทน อัซซูร์รี่บุกจากซ้ายไปขวาของหน้าจอเปิดฉากลุยตั้งแต่เขี่ยลูกจนกระทั่งเกือบได้จุดโทษเมื่อมาร์โก ปาโรโล่สอดไปรับบอลในกรอบแล้วถูกลุดวิก ออกุสตินส์สันเกี่ยวล้มจากข้างหลังไม่โดนบอลเลยแต่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์ ! จากนั้นทีมเยือนเปิดเกมตอบโต้ทันทีจนจอร์โจ้ คิเอลลินี่ต้องตัดเกมรับใบเหลืองไป 12' อ้าวๆ!คิเอลวอนหาอีกเหลือง การไม่ได้จุดโทษน่าจะทำให้ผู้เล่นอิตาลีเริ่มหัวร้อนโดยเฉพาะคิเอลลินี่ถึงขั้นหลุดนอกเกมเอาแขนกระแทกโอล่า ทอยโวเน่นตัวแสบนัดก่อนชนิดโดนใบเหลืองอีกใบได้เลยแต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นแค่ฟาวล์ถือว่ารอดตัวไป 16' อิมโมกดเข้าหน้าต่าง โอกาสใกล้เคียงขึ้นของอิตาลีต้องชมจอร์จินโญ่ไหลทะลุช่องไปในเขตโทษฝั่งขวาอย่างสวยให้ชิโร่ อิมโมบิเล่โฉบมาแตะหนีผู้รักษาประตูแล้วซัดมุมแคบไปเข้าข้างตาข่าย 19' หายไวๆ..กลางสวีเดนเข่าบิด สวีเดนต้องมาเสียยาค็อบ โยฮันส์สันฮีโร่ซูเปอร์ซับจากนัดที่แล้ววันนี้อุตส่าห์ได้ลงตัวจริงแต่ดวงแตกเข่าซ้ายบิดในจังหวะขาปักพื้นถูกหามลงเปลออกมาเปลี่ยนกับกุสตาฟ สเวนส์สันมิดฟิลด์วัย 30 จากซีแอตเติล ซาวน์เดอร์สลงไปเล่นแทน 23' น้าบุฟออกแรง สวีเดนเพิ่งได้ทักทายจากการโยนไปทางขวาของเซ็บ ลาร์สสันให้มิคาเอล ลุสติกโหม่งชงไปในเขตโทษมาร์คุส เบิร์กพักแล้วไหลมาที่วิคตอร์ เคลสสันกดเรียดยัดเสาแรกจานลุยจิ บุฟฟ่อนล้มตัวไปรับทัน 27' คันเดรว่าเต็มข้อเฉียดคาน ิอิตาลีเร่งเกมตลอดเวลาโดยจังหวะนี้วางบอลไปในเขตโทษฝั่งซ้ายให้อิมโมบิเล่เก็บบอลได้ตวัดจากสุดเส้นเข้ามามาโนโล่ กับเบียดินี่ชาร์จที่ไม่ถึงบอลเลยมาที่เสาสองเข้าทางปืนอันโตนิโอ คันเดรว่าวิ่งไปใส่เต็มข้อข้ามคานนิดเดียว 30' โดนแขนสองรอบ!สวีเดนก็แห้วยิงเป้า นาทีที่ 15 ถือว่าเจ๊ากันไปเมื่อสวีเดนบุกขึ้นมาทางซ้ายแล้วเปิดบอลติดแขนมัตเตโอ ดาร์เมี่ยนที่ยืนออกมาชัดเจนแต่ผู้ตัดสินไม่เป่าแฮนด์บอลเลยไม่เป็นจุดโทษ ! แต่จากนั้นนาที 30 ทีมเยือนขาดทุนเมื่อเอมิล ฟอร์สเบิร์กเตะบอลโดนแขนอันเดรีย บาร์ซาญี่ในกรอบแต่ยังไม่ได้จุดโทษเหมือนเดิมแถมเจ้าตัวไปประท้วงผู้ตัดสินจนได้ใบเหลืองแทน 40' มุกเดิม!จินโญ่แทงอิมโมซัดไม่ข้ามเส้น โอกาสทองของอัซซูร์รี่จากการประสานงานแบบเดิมโดยจอร์จินโญ่แทงทะลุไปในเขตโทษฝั่งขวาให้อิมโมบิเล่โฉบมาคราวนี้มุมกว้างกว่าเดิมซัดหักข้อแฉลบหว่างขาผู้รักษาประตูกำลังจะข้ามเส้นแต่อันเดรียส กรันควิสต์ตามไปเตะทิ้งทัน 45' โธ่ ฟลอเรนซี่!มุมแคบยิงเองติดขาโกล จากนั้นอิตาลีพับสนามบุกได้ลุ้นอีกครั้งจากฟลอเรนซี่เปลี่ยนไปขึ้นเกมทางซ้ายลากบอลทะลุเข้าเขตโทษมาได้ตรงกลางมีเพื่อนๆแต่เลือกซัดเรียดมุมแคบติดขาโรบิน โอลเซ่นนายด่านทีมเยือนป้องกันไว้ได้ หมดครึ่งแรกยังไม่มีสกอร์ทั้งที่เจ้าบ้านครองบอล 76% !!! โอกาสยิงก็ 11 ต่อ 1 ครั้ง !!! HALF TIME 48' มากกว่าฟุตบอล!ลุสติกกำไรแทงเข่าดาร์เมี่ยน เปิดฉากครึ่งหลังมาอิตาลีบุกจากขวาไปซ้ายของหน้าจอบ้างก็ไม่ได้จุดโทษอีกครั้งในจังหวะเปิดบอลจากกราบขวาเลยมาที่เสาสองดาร์เมี่ยนพักบอลกระดอนขึ้นมาโดนแขนแล้วถูกลุสติกแม่ไม้มวยไทยกระทุ้งเข่าขวาเข้าลำตัวไม่เสียฟาวล์ด้วยเพราะผู้ตัดสินเป่าแฮนด์บอลก่อนทำให้ดาร์เมี่ยนเจ็บตัวฟรี 54' ฟลอเรนซี่ผาดโผนเฉี่ยวเสา โอกาสใกล้เคียงครั้งแรกของอัซซูร์รี่ในครึ่งหลังเมื่อดาร์เมี่ยนหลุดมาถึงสุดเส้นฝั่งซ้ายเปิดตวัดไปกลางกรอบเขตโทษฟลอเรนซี่กระโดดลอยตัววอลเลย์ด้วยขวาเฉี่ยวเสาไกลออกไปอย่างน่าเสียดาย 64' ปู่เวนเปลี่ยนสอง!มาแล้ว4-2-4 ในที่สุดอิล ชีทีจามปิเอโร่ เวนตูร่าก็ขยับแก้เกมถอดกับเบียดินี่กับดาร์เมี่ยนออกพร้อมกันแล้วเติมสเตฟาน เอล ชาราวีกับอันเดรีย เบล็อตติลงไปพร้อมปรับการยืนเป็น 4-2-4 ถ่างคิเอลลินี่ยืนแบ็คซ้ายส่วนฝั่งขวาใช้คันเดรว่า 65' อิมโมโฉบแปออกอีก การเปลี่ยนตัวทำให้เกมรุกอัซซูร์รี่กลับมาคึกคักขึ้นทันตาโดยคันเดรว่าลากไต่เส้นฝั่งขวาขึ้นไปเปิดโค้งมาให้อิมโมบิเล่โฉบไปแปที่เสาแรกหลุดกรอบออกไปชนป้ายโฆษณา 66' ฟลอเรนซี่เปิดแฉลบชนคาน อิตาลีมาเป็นชุดๆกลับมาขึ้นทางซ้ายที่ฟลอเรนซี่เปิดไซด์ก้อยจากข้างกรอบแฉลบศีรษะลุสติกที่ทิ้งตัวโหม่งบอลย้อยไปชนคานด้านเสาไกลออกไปได้แค่เตะมุม 78' คิเอลเอาเว้ย!ลากเปิดถึงฟลอเรนซี่ยิงนก จอร์โจ้ คิเอลลินี่เคยเล่นแบ็คซ้ายมาก่อนจึงไม่ใช่ปัญหาแถมจังหวะนี้โชว์การลากบอลไถผ่านมาร์คุส เบิร์กมาได้แล้วเปิดจากสุดเส้นถูกสเวนส์สันโหม่งสกัดไปเสาไกลฟลอเรนซี่เติมเข้ามาจับแล้วซัดตู้มเหินข้ามคานอีก 81' เลี่ยนรอดไปเบิร์กไม่เหี้ยม สวีเดนครึ่งหลังโงหัวแทบไม่ขึ้นแต่ก็ตั้งใจอยู่แล้วรออยู่นานกว่าจะได้สวนโดยขึ้นไปทางซ้ายแล้วโยนมาในเขตโทษฝั่งขวาเบิร์กอยู่ในระยะลุ้นทำประตูได้แต่เลือกโหม่งชงเข้ากลางให้ไอแซ็ค เธลินตัวสำรองโดนโบนุชชี่ตามมาตัดหน้าสกัดไว้ 83' ปาโรโล่ขวิดโดนปัด ทีมเยือนตอนนี้เวลารับลงไปกองกันในเขตโทษหมดแล้วทำให้อิตาลีไม่มีทางเลือกต้องบอมบ์เข้าใส่และเกือบสำเร็จในจังหวะโยนจากกราบขวาโค้งมาตรงจุดโทษปาโรโล่โหม่งสะบัดเข้ามุมเสาสองแต่โอลเซ่นยังพุ่งมาปัดไว้ได้ 88' หนูเอลหวดเข้าข้อโอลเซ่นปัดได้อีก อิตาลีโยนจากด้านข้างแบบไม่คิดชีวิตจนกระทั่งน่าได้ประตูในจังหวะโยนจากด้านขวาล้นมานอกกรอบทางซ้ายมีตัวตามเก็บกระดกเข้าไปข้างในให้เอล ชาราวีเอี้ยวตัววอลเลย์ด้วยขวาไซด์ก้อยเข้าเสาแรกแต่โอลเซ่นซูเปอร์เซฟพุ่งมาปัดทัน 90+6' ลาก่อยเลี่ยน ช่วงทดเจ็บอัซซูร์รี่โยนยับแม้แต่บุฟฟ่อนยังเติมขึ้นไปลุ้นทำสกอร์ส่วนทีมเยือนไม่เอาอะไรแล้วรวมร่าง 11 คนจอดรถบัสขวางประตูโดยมีจังหวะบอลโดนแขนผู้เล่นเสื้อเหลืองอีกครั้งด้วยแต่ไม่เป็นจุดโทษตามเคย แล้วก็จบเกมสวีเดนทำได้บุกยันโนสกอร์ตีตั๋วสู่รอบสุดท้ายเวิลด์ คัพที่รัสเซียกลางปีหน้าด้วยสกอร์รวม 1-0 ส่วนอิตาลีตกรอบสุดท้ายอีกครั้งหลังจากได้เล่นมา 14 ครั้งติด


Update: 11/14/2017 12:00:00 AM

Related Link